ถ้าคุณทำ ISP คุณจะได้ยินคำว่า "RADIUS" ตลอด — ระบบเก็บเงิน ตัด-ต่อสัญญาณ จ่ายความเร็ว ล้วนพึ่ง RADIUS แต่หลายคนยังงงว่ามันคืออะไรกันแน่ ทำงานยังไงถึงทำให้ "ลูกค้าจ่ายเงินแล้วเน็ตติด ค้างจ่ายแล้วเน็ตตัด" ได้อัตโนมัติ บทความนี้อธิบาย RADIUS แบบ เข้าใจง่าย ไม่ต้องเป็นช่าง
เหมาะกับ: เจ้าของ ISP/เน็ตหมู่บ้านที่อยากเข้าใจหัวใจของระบบเก็บเงิน • คนที่กำลังจะวางระบบ ISP แต่ยังไม่เก็ตว่า RADIUS ทำอะไร
RADIUS คืออะไร
RADIUS (Remote Authentication Dial-In User Service) คือ โปรโตคอล/เซิร์ฟเวอร์กลางที่ตอบคำถาม 3 ข้อ เกี่ยวกับผู้ใช้แต่ละคน — ย่อว่า AAA:
- Authentication (ยืนยันตัวตน) — "user/รหัสนี้ถูกไหม ให้เข้าได้หรือเปล่า?"
- Authorization (ให้สิทธิ์) — "เข้าได้แล้ว ให้ความเร็วเท่าไร IP อะไร แพ็กเกจไหน?"
- Accounting (บันทึกการใช้) — "ออนไลน์ตั้งแต่กี่โมง ใช้ดาต้าไปเท่าไร?"
พูดง่าย ๆ: RADIUS คือ "สมุดทะเบียนลูกค้ากลาง" ที่อุปกรณ์เครือข่ายวิ่งมาถามทุกครั้งที่ลูกค้าต่อเน็ต
โอเพนซอร์สที่นิยมสุดคือ FreeRADIUS — ฟรี เสถียร ใช้กันทั่วโลก เป็นแกนของระบบ ISP จำนวนมาก
ทำงานยังไง (เห็นภาพใน 4 สเต็ป)
[ลูกค้า PPPoE] --user/รหัส--> [Mikrotik = NAS] --ถาม--> [RADIUS server]
<--ตอบ: ผ่าน + ความเร็ว 100M--
[ลูกค้าได้เน็ตตามแพ็กเกจ] <----------------'
- ลูกค้าต่อ PPPoE ส่ง user/รหัสมาที่ Mikrotik (ตัว Mikrotik เรียกว่า NAS)
- Mikrotik ไม่ได้ตัดสินเอง แต่ ส่งต่อไปถาม RADIUS
- RADIUS เช็กในฐานข้อมูล → ตอบกลับ "ผ่าน/ไม่ผ่าน" + สิทธิ์ (ความเร็ว/IP/แพ็กเกจ)
- Mikrotik บังคับใช้ตามคำตอบ → ลูกค้าได้เน็ตตรงแพ็กเกจ และ RADIUS เริ่มจดการใช้งาน (accounting)
หัวใจคือ NAS (Mikrotik) ไม่เก็บข้อมูลลูกค้าเอง — มันแค่ถาม RADIUS ที่เป็นศูนย์กลาง ทำให้แก้ที่เดียวมีผลทุกที่
RADIUS เกี่ยวกับ "การเก็บเงิน" ยังไง
นี่คือจุดที่ทำให้ ISP รักมัน — เพราะ สถานะการจ่ายเงิน = สิทธิ์ใน RADIUS:
| เหตุการณ์ | RADIUS ทำอะไร |
|---|---|
| ลูกค้าจ่ายบิล | ระบบปลดสถานะ → RADIUS ให้ความเร็วเต็มแพ็กเกจ |
| ค้างจ่ายเกินกำหนด | ระบบเปลี่ยนสถานะ → RADIUS ตัด/ลดความเร็ว/เด้งหน้าแจ้งเตือน |
| อัปเกรดแพ็กเกจ | เปลี่ยน profile → ความเร็วใหม่มีผลรอบต่อไปที่ต่อ |
| เปลี่ยน user รั่ว | ปิด user ที่ RADIUS = ตัดทันที |
เมื่อ ระบบบิลคุยกับ RADIUS ได้ การระงับ-คืนสัญญาณลูกค้าค้างจ่าย ก็เป็นอัตโนมัติ ไม่ต้องวิ่งตัดเองทีละราย
RADIUS vs ทำเองบน Mikrotik (ไม่มี RADIUS)
| ไม่มี RADIUS (ตั้ง user บน Mikrotik ตรง ๆ) | มี RADIUS | |
|---|---|---|
| เก็บ user ที่ไหน | กระจายในแต่ละ Mikrotik | ศูนย์กลางที่เดียว |
| ตัด-ต่อตามบิล | ทำมือทีละราย | อัตโนมัติตามสถานะจ่ายเงิน |
| ลูกค้าเยอะ ๆ | วุ่นมาก จัดการไม่ไหว | สเกลได้สบาย |
| มีหลาย Mikrotik/โซน | ต้องตั้งซ้ำทุกตัว | ถามศูนย์กลางเดียวกัน |
ลูกค้าหลักสิบอาจตั้งบน Mikrotik ตรง ๆ ได้ แต่พอหลักร้อยขึ้นไป RADIUS แทบเป็นสิ่งจำเป็น
เข้าใจผิดที่เจอบ่อย
- "RADIUS คือตัวจ่ายเน็ต" — ไม่ใช่ มันคือตัว ตัดสินสิทธิ์; ตัวบังคับใช้จริงคือ NAS (Mikrotik)
- "มี RADIUS แล้วไม่ต้องมีระบบบิล" — คนละหน้าที่ บิลออกใบ/รับเงิน แล้ว สั่ง RADIUS อีกที (ต้องเชื่อมกัน)
- "RADIUS ยากเกินสำหรับรายเล็ก" — ตั้งเองยากจริง แต่ถ้าใช้ระบบที่ฝัง RADIUS มาให้ ก็ไม่ต้องแตะ config เอง
สรุป
RADIUS คือ สมุดทะเบียนกลางแบบ AAA (ยืนยันตัวตน/ให้สิทธิ์/บันทึกการใช้) ที่ Mikrotik วิ่งมาถามทุกครั้งลูกค้าต่อเน็ต — และเพราะ "สิทธิ์ = สถานะการจ่ายเงิน" มันจึงทำให้ ISP จ่ายความเร็ว ตัด-ต่อสัญญาณ และคุมลูกค้าหลักร้อย-พันได้อัตโนมัติจากศูนย์กลาง ตัว RADIUS เองตัดสินสิทธิ์ ส่วนการเก็บเงินต้องมีระบบบิลมาเชื่อม — สองอย่างนี้ทำงานคู่กันคือหัวใจของ ISP ยุคใหม่
💡 อยากได้ RADIUS ที่เชื่อมบิลให้พร้อม ไม่ต้องตั้ง config เอง? thaiISP มาพร้อม CloudRADIUS ที่ผูกกับบิล/พร้อมเพย์/LINE — ลูกค้าจ่ายเงินแล้วเน็ตติดเอง ค้างจ่ายแล้วตัด-ลดความเร็วอัตโนมัติ คุมทุกโซนจากที่เดียว ไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ Linux — ดูระบบ →
