ถ้าคุณกำลังทำ ISP เล็ก ๆ หรือเน็ตหมู่บ้าน PPPoE คือหัวใจของการ "จ่าย user/password ให้ลูกค้าต่อเน็ต" และเป็นฐานของการเก็บเงินรายเดือน บทความนี้สอนตั้งค่า PPPoE Server บน Mikrotik ตั้งแต่ศูนย์ ทีละขั้น พร้อมคำสั่งที่ก๊อปไปใช้ได้เลย และวิธีแก้ปัญหาที่เจอบ่อย
เหมาะกับ: Mikrotik RouterOS v6/v7 ทุกรุ่น • ผู้เริ่มต้นทำ ISP
PPPoE ทำงานยังไง (เข้าใจใน 30 วินาที)
- ลูกค้าเปิดเราเตอร์ → กรอก username/password → เราเตอร์ลูกค้า dial เข้า Mikrotik ผ่าน PPPoE
- Mikrotik เป็น PPPoE Server ตรวจ user → จ่าย IP + ความเร็ว ตามแพ็กเกจ → ลูกค้าออกเน็ต
- พอถึงรอบบิล: ถ้าไม่จ่าย ก็ "ปิด user" → เน็ตดับ (นี่คือจุดที่ระบบบิลลิ่งเข้ามาช่วยอัตโนมัติ — ดูท้ายบทความ)
[ลูกค้า + เราเตอร์] --PPPoE--> [Mikrotik = PPPoE Server] --> [Internet]
สิ่งที่ต้องมีก่อน
- Mikrotik ต่อ อินเทอร์เน็ต (WAN) ได้แล้ว (เช่นออก
ether1) - พอร์ต/บริดจ์ฝั่งลูกค้า (เช่น
ether2หรือ bridge ของพอร์ต access) — ในตัวอย่างใช้ether2
⚠️ interface ของ PPPoE Server ต้องเป็นฝั่งลูกค้า ไม่ใช่ฝั่ง WAN (พลาดกันบ่อย)
ขั้นที่ 1 — สร้าง IP Pool (แจก IP ให้ลูกค้า)
/ip pool add name=pppoe-pool ranges=10.10.0.2-10.10.255.254
ขั้นที่ 2 — สร้าง PPP Profile
Profile = "แม่แบบ" ของลูกค้า (gateway, IP pool, DNS) ภายหลังจะผูกกับความเร็วแพ็กเกจก็ได้
/ppp profile
add name=pppoe-profile local-address=10.10.0.1 remote-address=pppoe-pool \
dns-server=1.1.1.1,8.8.8.8 only-one=yes
local-address= IP ฝั่ง Mikrotik (gateway ของลูกค้า)remote-address= pool ที่สร้างไว้only-one=yes= 1 user ต่อได้ทีละ session (กันแชร์รหัส)
ขั้นที่ 3 — เปิด PPPoE Server บนพอร์ตฝั่งลูกค้า
/interface pppoe-server server
add service-name=thaiisp interface=ether2 default-profile=pppoe-profile \
one-session-per-host=yes disabled=no
service-name= ชื่อบริการ (เราเตอร์ลูกค้าบางรุ่นต้องกรอกให้ตรง ปกติเว้นว่างได้)interface=ether2= พอร์ตฝั่งลูกค้า
ขั้นที่ 4 — เพิ่มผู้ใช้ (user ลูกค้า)
/ppp secret
add name=cust001 password=Secret#001 service=pppoe profile=pppoe-profile
ลูกค้าเอา cust001 / Secret#001 ไปกรอกในเราเตอร์ → ต่อเน็ตได้ทันที
ขั้นที่ 5 — เปิดทางออกเน็ต (NAT masquerade)
ถ้ายังไม่ได้ตั้ง ต้อง masquerade ออก WAN ไม่งั้น "ต่อ PPPoE ติด แต่เน็ตไม่ออก"
/ip firewall nat add chain=srcnat out-interface=ether1 action=masquerade
จำกัดความเร็วตามแพ็กเกจ (Rate Limit)
ใส่ที่ profile (ทั้งกลุ่ม) หรือราย user ก็ได้ — รูปแบบคือ อัปโหลด/ดาวน์โหลด (มุมลูกค้า)
# แพ็กเกจ ดาวน์โหลด 100M / อัปโหลด 50M
/ppp profile set pppoe-profile rate-limit=50M/100M
💡 มีหลายแพ็กเกจ → สร้างหลาย profile (เช่น
pkg-100,pkg-300,pkg-500) แล้วผูก user แต่ละคนกับ profile ของแพ็กเกจนั้น วิธีจำกัดความเร็วแบบละเอียด (queue/burst) อ่านต่อ: จำกัดความเร็วเน็ตต่อลูกค้าบน Mikrotik (บทความถัดไป)
ตรวจว่าลูกค้าออนไลน์อยู่ไหม
/ppp active print
/interface pppoe-server active print
แก้ปัญหาที่เจอบ่อย
| อาการ | สาเหตุ/วิธีแก้ |
|---|---|
| ลูกค้าต่อ PPPoE ไม่ติด | interface ตั้งผิด (ไปชี้ฝั่ง WAN) • ลืม disabled=no • service-name ไม่ตรงกับเราเตอร์ลูกค้า |
| ต่อติด แต่เน็ตไม่ออก | ลืม masquerade (ขั้นที่ 5) • dns-server ไม่ได้ตั้งใน profile |
| ความเร็วไม่ตรงแพ็กเกจ | สลับค่า rate-limit (รูปแบบคือ อัปโหลด/ดาวน์โหลด) — ลองสลับแล้วทดสอบ |
| user แชร์รหัสกันหลายคน | ตั้ง only-one=yes ใน profile |
ต่อไป: เปลี่ยนจาก "เพิ่ม user ด้วยมือ" เป็น "อัตโนมัติ"
วิธีข้างบนใช้ /ppp secret = เพิ่ม/ลบ user ด้วยมือทีละคน ซึ่งพอลูกค้าหลักร้อยจะเริ่มไม่ไหว — แก้ด้วยการให้ Mikrotik ตรวจ user จาก RADIUS แทน แล้วผูกกับระบบบิลลิ่ง:
- ลูกค้าจ่ายเงิน → ระบบเปิด user อัตโนมัติ
- ลูกค้าค้างจ่าย → ระงับสัญญาณอัตโนมัติ จ่ายแล้วคืนเอง
- ออกใบแจ้งหนี้ + รับเงินผ่าน LINE / พร้อมเพย์ + ตรวจสลิปอัตโนมัติ
อ่านต่อ: เชื่อม Mikrotik กับ RADIUS เก็บเงินลูกค้าอัตโนมัติ
💡 เบื่อเพิ่ม/ลบ user แล้วไล่ทวงเงินเองทุกเดือน? thaiISP จัดการลูกค้า เก็บเงินผ่านไลน์/พร้อมเพย์ คุม OLT และระงับ-คืนสัญญาณอัตโนมัติ จบในระบบเดียว — ดูระบบ →
